สำหรับพี่ซิงห์เรื่องของการดูแลสุขภาพนั้น แน่นอนต้องเริ่มต้นจากภายในซึ่งก็เรื่องของการกิน เห็นมั๊ยคะว่าไม่ได้เป็นความลับอะไร ทุกคนรู้ว่ากินอะไรทำให้สุขภาพดี รู้ว่าพวกแป้ง น้ำตาลของมันของทอดทั้งหลาย ทำลายสุขภาพแต่ก็ยังอดใจกันไม่ได้ รวมทั้งตัวพี่ซิงห์เองในบางครั้ง และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญนอกจากจะรู้จักเลือกทานอาหารแล้ว อารหารที่เรารับประทานควรผ่านวิธีการปรุงแต่งหรือแปรรูปน้อยที่สุด เพราะพอเราปรุงอาหารสิ่งที่เราไม่ต้องการก็จะตามมาไม่ว่า จะเป็นน้ำตาล น้ำปลา น้ำมันในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย ควรเลือกทานอาหารประเภทที่ไม่ต้องปรุงมาก เช่นผัก ผลไม้สด หรือเนื้อสัตว์ให้ประกอบอาหารในลัษณะ ย่าง อบ ต้ม นึ่ง จะดีกว่า รสชาติไม่จัดจ้านมาก นอกจากการทานอาหารจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เราสุขภาพดี เรื่องของการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันนะคะ พี่ซิงห์พูดเสมอ สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง
พี่ซิงห์ชอบบทความของคุณ ปรัชญา ปิยะมโนธรรม ซึ่งเขียนไว้ ความสำเร็จไม่เคยวิ่งเข้าหาใคร เราต่างหากที่ต้องวิ่งเข้าหาความสำเร็จ เรามัวแต่หวังว่าอะไรๆ มันคงจะค่อยๆดีขึ้นเองแต่อันที่จริงกำลังปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ทำอะไร ในชีวิตเราถ้ารองคิดแล้ว ทำแล้ว หากทำแล้ว ผิดหวัง เราก็เสียใจเหมือนกับตอนที่เราไม่ได้ทำเหมือนกันแต่หากมีครั้งหนึ่งที่เราทำแล้วสำเร็จละ คิดบวกเข้าไว้ สิบครั้งที่ไม่ได้ทำนี้สิ มันเจ็บปวดยิ่งกว่าร้อยครั้งที่ทำไม่สำเร็จแน่นอน
บทความนี้สามารถใช้ได้กับทุกมุมมองของชีวิต แม้แต่ความพยายามที่จะดูแลสุขภาพ การดำเนินชีวิต การทำบางสิ่งให้ถึงเป้าที่ตั้งไว้ ใช้ชีวิตด้วยความตั้งใจ

"กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำตนให้เป็นคน ผลของการฝึกตน เล่นกีฬาสากล ตะละล้า" เพลงกีฬา สะท้อนให้เห็นว่า การเล่นกีฬาเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ยิ่งสมัยนี้มีกีฬาหลากหลายประเภทให้ได้เลือกสรร แต่ก็มีบางประเภทที่พ่อแม่คิดว่าไม่เหมาะกับลูกอย่างกีฬา "เพาะกาย" เนื่องจากดูแล้วน่ากลัว ขัดกับพ่อแม่บางกลุ่มที่สวนกระแสความกลัว และให้ลูกลองเข้าไปเล่นดู โดยเฉพาะลูกสาว
ฟังได้จาก "วิจิตรพรรณ ธรรมญาณรังสี" คุณแม่น้องพั้นช์-พัชราเพ็ญ ผู้ที่ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันฟิตเนสในรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี จากการแข่งขันกีฬาเพาะกายชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 30 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการเพิ่มการแข่งขันรุ่นเยาวชนฟิตเนสหญิง อายุไม่เกิน 18 ปี เข้ามา บอกว่า เมื่อก่อนลูกสาวต้องไปหาหมอบ่อยๆ ร่างกายอ่อนแอมาก แต่หลังจากที่ลูกได้เริ่มเล่นกีฬาก็มีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหมือนเด็กปกติคนอื่นๆ คุณพ่อคุณแม่ก็สนับสนุนน้องตลอด เพราะกีฬาเป็นยาที่ดีที่สุด ที่จะช่วยรักษาร่างกายของลูกได้

"หนูเป็นเด็กสุขภาพไม่ค่อยสมบูรณ์ค่ะ เพราะคุณแม่คลอดหนูก่อนกำหนดอายุครรภ์ได้เพียง 6 เดือนครึ่ง หนูจึงอยากแข็งแรงและมีหุ่นที่สวยงามด้วยค่ะ หนูเริ่มเล่นกีฬามาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ" พั้นช์ อายุ 11 ขวบ อยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวเสริม
นอกจากจะมีความสามารถด้านกีฬาเพาะกายแล้ว น้องพั้นช์ยังเคยได้รับรางวัลจากการแข่งขันยิมนาสติกลีลา รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน และประเทศมาเลเซียอีกด้วย ซึ่งเป็นผลงานระดับนานาชาติที่เธอบอกว่าภาคภูมิใจมาก และเธอยังบอกอีกว่าความสำเร็จทั้งหมดนี้มาจากคนในครอบครัวเช่นกัน
"สำหรับความสำเร็จที่ได้รับ ต้องขอบคุณครอบครัวที่น่ารักค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ ที่คอยดูแลเรื่องการเรียน อาหาร การฝึกซ้อม รับส่งทั้งที่โรงเรียนและที่โรงยิม แม้ว่าคุณพ่อและคุณแม่จะช่วยดูแล แต่เราก็ต้องมีวินัยในตัวเองด้วยเหมือนกัน ซึ่งก็ถือเป็นข้อดีของการเล่นกีฬานะคะ เพราะว่าช่วยทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น ร่างกายแข็งแรงด้วย ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ต้องไปหาคุณหมอเลยค่ะ" จิดาภากล่าว
ทิ้งท้ายนี้ เด็กหญิงนักเพาะกายทั้ง 2 คนได้ฝากข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกายไปถึงเพื่อนๆ เด็กไทยทุกคนว่า "การเล่นกีฬาไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนก็ถือว่าดีทั้งนั้นนะคะ เพราะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง และสุขภาพดีด้วย เป็นการใช้เวลาว่างที่เป็นประโยชน์ทั้งกับตัวเรา และสร้างชื่อเสียงให้กับครอบครัว และประเทศชาติด้วย"
คงจะดีไม่น้อยถ้าเด็กๆ หันมาสนใจกีฬากันมากขึ้น มากกว่าที่จะมุ่งเรียนเพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่เฉพาะแต่เพียงกีฬา "เพาะกาย" เท่านั้น พ่อแม่ลูกควรหันมาออกกำลังกายร่วมกันบ้าง จะเป็นกีฬาอะไรก็ได้ เพราะการเล่นกีฬาในครอบครัว ถือเป็นกิจกรรมสานรักที่ดี ดังนั้นมาเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้เพื่อทุกคนในบ้านจะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่ายๆ กันนะคะ

การออกกำลังกาย เรื่องที่หลายคนอาจจะมองข้าม บางครั้งก็ปล่อยปละละเลยการดูแลร่างกายของตัวเอง จนเป็นสาเหตุของโรคอ้วน และความเจ็บป่วยต่างๆ อาจจะเป็นเพราะความขี้เกียจหรือข้ออ้างว่าไม่มีเวลา วันนี้เรามีคำแนะนำจากฟิตเนสเทรนเนอร์สาวนักกีฬาเพาะกายทีมชาติ ในการออกกำลังอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และได้ผล

เทรนเนอร์กล้ามใหญ่...ใจดี
ซิงห์-รุ้งตะวัน จินดาซิงห์ อดีตนักกีฬายูโดทีมชาติ เธอเป็นผู้หญิงไทยในเอเชียคนแรกที่ติดอันดับฟิตเนสหญิงระดับโลก ในรุ่นบอดี้ฟิตเนส (ผู้หญิงที่มีเชฟสวย) เคยรับราชการเป็นตำรวจนานถึง 11 ปี ล่าสุดได้รับบทมือสังหารสุดโหด ในภาพยนตร์เรื่อง จีจ้าดื้อสวยดุ ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลในด้านร่างกาย (Personal Trainer) ที่ โรงแรม เจ ดับบลิว แมริออท “หน้าที่หลักๆ ของซิงห์ คือออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายและคอยดูแลให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละคน เช่น ผู้ชายจะใช้โปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ ส่วนผู้หญิงก็จะใช้โปรแกรมเพื่อกระชับสัดส่วน”เป็นครูฝึกที่ไม่เหมือนคนอื่น เพราะมีการอัปเดตข้อมูลการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ๆ ตลอดเวลา และพยายามคิดโปรแกรมที่ไม่น่าเบื่อ ไม่ซ้ำซากจำเจ เพื่อที่จะทำให้เป้าหมายของลูกค้าแต่ละคนสำเร็จตามที่ตั้งไว้ “ซิงห์คิดว่าเราไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ครูฝึกอย่างเดียว ต้องเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ด้วย ทำให้เขาสนุกกับการออกกำลังกาย ไม่ใช่แค่ยืนนับ หนึ่ง สอง สาม จนครบหนึ่งเซต อย่างนั้นมันน่าเบื่อ เขาไม่ต้องการคนมานับตัวเลข เขาต้องการคนที่มาสร้างแรงจูงใจให้เขาทำให้ได้”
เธอจะสอนให้ลูกค้าเริ่มต้นจากเป้าหมายเล็กๆ ให้สำเร็จก่อน แล้วค่อยพัฒนาไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ “เราก็จะคอยดูให้เขาทำได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ซิงห์จะสอนในหลักการเริ่มต้นที่ถูกต้อง เมื่อพื้นฐานแน่นแล้ว พอเขาทำได้ ก็เพิ่มความยากของการออกกำลังกาย เขาก็จะไม่รู้สึกกดดัน ที่สำคัญคือเราต้องทำให้เขารู้สึกสนุก อยากทำแล้วอยากทำอีก” ซิงห์บอกว่า ทุกวันนี้คนเราส่วนใหญ่อยู่กับตัวเองมากขึ้น ไม่ค่อยมีเวลาเล่นกีฬากับเพื่อน หรือครอบครัว พอเริ่มรู้สึกตัวว่าอ้วนหรือร่างกายไม่แข็งแรง ถึงเริ่มคิดอยากเข้าใช้บริการในฟิตเนส”

ลูกค้าเจ้าปัญหา
แม้เธอจะใช้ความตั้งใจและความพยายามอย่างเต็มที่ในการฝึกสอน แต่ก็ใช่ว่าจะประสบผลสำเร็จทุกคน ลูกค้าบางคนก็ทำให้เธอถึงกับต้องเสียน้ำตา “มีลูกค้าคนนึง ทำให้ซิงห์ร้องไห้เลย คือเขาไม่รักการออกกำลังกายเลย แต่เขาต้องออกกำลังกายเพราะจำเป็น พอบอกให้ทำอะไร เขาก็ไม่เอา ขอเปลี่ยนเถอะ ทำไม่ไหว หนัก เราก็พยายามออกแบบให้เหมาะกับเขา ตอนนั้นเป็นอะไรที่กดดันเรามาก แล้วเป็นช่วงที่เราไดเอต สำหรับใกล้แข่ง เครียดด้วย สอนอะไรก็ไม่เอาสักที ทำยังไงดี น้ำตาไหลเลย แต่ก็เป็นครั้งเดียวที่เป็นอย่างนั้น ต่อจากนั้นก็เข้าใจแล้วว่าเขาไม่เอาก็ไม่เป็นไร ซิงห์แค่ต้องการเห็นตอนเขาน้ำหนักลดลงแล้ว หน้าตาเขาจะมีความสุขมาก พอเราเห็นสิ่งที่เขาพยายาม แล้วสำเร็จ เราร่วมรู้สึกดีใจไปกับเขา”

ฟิตแบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง
สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกาย ซิงห์แนะนำว่า แรกๆ คุณอาจจะยังไม่ต้องลดอาหาร แค่ลุกขึ้นมาออกกำลังกายเพียงอาทิตย์ละ 3 วัน สามเดือนแรกก็จะเห็นแล้วว่าน้ำหนักตัวลดลง ส่วนช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังกาย คือช่วงเช้า แต่เป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดเพราะตื่นยาก “สิ่งแรกคือ ความตั้งใจที่จะออกกำลังกาย ตื่นเช้ามายังไม่ต้องกินอาหาร ให้เราใช้พลังงานเพื่อลดไขมันเดิมของร่างกายก่อน โดยการวิ่งหรือเดินเร็วขึ้นลงบันไดที่บ้าน หรือใส่รองเท้าออกไปเดินเร็วข้างนอก ประมาณ 20 นาที หลังจากนั้นถึงค่อยกินอาหาร ทำอย่างนี้ทุกวัน ในระหว่างวันถ้าไปทำงานหรือไปที่ไหน ให้ขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เดินไปที่ทำงาน เดินไปซื้ออาหาร พยายามใช้พลังงานตัวเองเยอะๆ”
หลังจากที่เราเริ่มวิธีการเริ่มต้นกระตุ้นตัวเองในช่วงเช้าแล้ว ช่วงเย็นถ้าเราไม่รู้ว่าจะออกกำลังกายยังไง ซิงห์แนะนำว่า “ให้เริ่มออกกำลังกายจากกิจวัตรประจำวัน เช่น ทำความสะอาดบ้าน หยิบจับอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน เช่น ขวดน้ำ โต๊ะ โซฟา ทุกอย่างเราสามารถนำมาใช้ในการออกกำลังกาย ลุก นั่ง ยืน เดิน ยก ซิตอัป แต่จะต้องทำหลายครั้ง ทำบ่อยๆ ถึงจะเห็นผล พอร่างกายเราเริ่มแข็งแรงขึ้น ก็เริ่มวิ่งจริง ให้เวลาตัวเองเลยว่า อาทิตย์ละ 3 วัน จะออกไปวิ่ง ถ้ามีเวลา อยากเล่นจริงจัง แนะนำให้เข้าคลาส ไม่ว่าจะเป็นบอดี้ปัมป์ โยคะ ฟิตเนส กีฬาพวกนี้จะทำให้เวลา 1 ชั่วโมง ของคุณออกกำลังกายได้ทั่วตัว และเผาผลาญไขมันได้ดี แถมยังผ่อนคลาย ลดความเครียด ความวิตกกังวลอีกด้วย”

กำลังใจจากซิงห์
“ซิงห์เชื่อเสมอในความพยายาม สมมติว่าเราตั้งเป้าหมายไว้ค่อนข้างสูง ความหวัง ความฝัน มันทำให้เรามีความกระตือรือร้นไปให้ถึง แต่ถ้ามันไปไม่ถึง อย่างน้อยถ้าเราคิดถึงสิ่งที่ดีๆ แม้ไปไม่ถึงสูงสุด แต่ไปได้ครึ่งทางก็ยังดี อย่างน้อยก็ได้รับสิ่งดีๆ ครึ่งหนึ่ง” การที่เราหันมาออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้มีสุขภาพดีขึ้นแล้ว ยังไม่ต้องเสียเงินพึ่งหมอ เราเอาเงินจากตรงนั้นมาดูแลตัวเองดีกว่า เอาเวลาที่เราไปเดินห้าง ดูหนัง เอามาสักชั่วโมง ชวนครอบครัวมาออกกำลังกายกันบ้าง มีกิจกรรมร่วมกันกับครอบครัว ทำให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง สังคมก็จะแข็งแรงด้วย

หญิงหรือชาย
แม้ว่ารูปร่างภายนอก เธอจะดูแข็งแรงเหมือนผู้ชาย แต่เธอบอกว่าเธอมีความเป็นผู้หญิงสูงมาก เวลาว่างก็ชอบทำเล็บ ชอบแต่งหน้า ไปไหนก็มีชุดสวยๆ เหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไปทุกอย่าง ที่สำคัญเธอชอบที่ตัวเองมีกล้าม ชอบที่มีความเป็นนักกีฬา แต่ด้วยความที่เป็นผู้หญิงแล้วมีกล้าม จึงมีหลายครั้งที่คนเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นผู้ชาย “มีบางคนที่เขาเพิ่งเคยเจอซิงห์ครั้งแรก เขาเห็นผู้หญิงมีกล้าม เขาก็ถามว่า คนนั้นผู้หญิงหรือผู้ชาย พอคนที่เขาถามบอกว่าเป็นผู้หญิง เขาก็บอกว่าไม่จริง ไม่เชื่อ คือเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงที่มีกล้าม อันนี้ก็เป็นเรื่องขำๆ เกี่ยวกับบอดี้”
ส่วนหนุ่มๆ ที่คิดจะเข้ามาจีบซิงห์ เธอบอกว่าเป็นฝรั่งหรือคนไทยก็ได้ แต่แอบบอกว่าฝรั่งก็ดีนะ แต่ต้องเป็นแฟมิลี่แมน อบอุ่น ทำให้เรารู้สึกว่าเขารักเรา เป็นคนทำมาหากิน ที่สำคัญต้องชอบเล่นกีฬา “ซิงห์คิดว่าที่เขามาจีบเราเพราะความเป็นตัวเรา เราคงแกล้งเป็นผู้หญิงสวย ตัวเล็กไม่ได้ (หัวเราะ) คิดว่าเขาชอบเราที่เป็นนักกีฬา เป็นคนง่ายๆ ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาจีบซิงห์ 90% เป็นชาวต่างชาติ คงเป็นเพราะรูปร่าง หน้าตา สีผิว เป็นที่สนใจของฝรั่ง เขาค่อนข้างชอบผู้หญิงที่เป็นสปอร์ตี้ ถ้าเป็นผู้ชายไทยคงชอบซิงห์ยากอยู่”
สำหรับคนที่สนใจการออกกำลังกายแบบเวตเทรนนิ่ง ซิงห์มีเว็บไซต์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ การกินอาหาร การดูแลรักษาร่างกาย www.singpowerfit.com ภายในเว็บยังมีบล็อก body beauty ที่เธอเขียนเอง
นอกจากนั้นยังมีบริการฝึกสอนให้แก่ลูกค้าที่ไม่สะดวกมาที่ฟิตเนส ด้วยการส่งเทรนเนอร์ไปสอนลูกค้าที่บ้าน แต่มีข้อแม้ว่าที่บ้านต้องมีห้องฟิตเนส
การออกกำลังกายที่ถูกต้องควรมีทั้งคาร์ดิโอและเวตเทรนนิ่งในสัดส่วนที่เหมาะสม
คาร์ดิโอ (Cardiovascular exercise) คือ การออกกำลังกายที่บริหารทั้งหัวใจและปอดให้แข็งแรง ด้วยการเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ แอโรบิก ขี่จักรยาน ต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20 นาที ทุกๆ วัน ส่วนคนที่ต้องการให้เห็นผลมากขึ้นก็ใช้การออกกำลังกายแบบเวตเทรนนิ่ง (weight training) เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนหัวใจ และหลอดเลือดให้สูงขึ้น เร่งการเผาผลาญในร่างกาย
ภาพโดย ธนารักษ์ คุณทน
| x | เพิ่มน้ำหนัก กระดูกเสื่อม | |
กาแฟอีน แอลกฮอล์ |
x | เพิ่มน้ำหนัก กระดูกเสื่อม |
หมูกรอบ เบคอน |
x | เพิ่มน้ำหนัก คอเรสเตอรอลสูง |
| x | เพิ่มน้ำหนัก คอเรสเตอรอลสูง |
โดยปกติแล้วการทานผักและผลไม้เป็นสิ่งดี และเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ้งประกอบไปด้วยเกลือแร่ และวิตามิน ใยอาหาร รวมทั้งน้ำตาลจำนวนมาก น้ำตาลจัดเป็นสารอาหารที่ให้ความสุขต่อทุกผู้ทุกคนเป็นแหล่งให้พลังงานสำคัญของสิ่งมีชีวิตทั้งคนทั้งสัตร์ แต่หากได้รับมากเกินไป ก็เป็นโทษมหันต์ต่อร่างกายคนเราด้วยนะคะ ทำให้เมตาบิลิซึมในเซลล์เริ่มผิดปกติ กระตุ้นให้เกิดการอักเสบของอวัยวะภายใน และต่อเนื่องเกิดเป็นโรคแทรกซ้อนในที่สุด ที่สำคัญน้ำตาลนั้น เป็นสารเสพติดที่ถูกกฏหมาย เราทานโดยไม่รู้สึกผิด ได้รับน้ำตาลแอบแฝงใน อาหาร และเครื่องดื่มต่างๆ รวมทั้งน้ำผลไม้
| น้ำผลไม้ | ผลไม้ | |
| คุณค่าทางอาหาร | น้ำส้ม 100% (200CC) 1 กล่อง | ส้มเขียวหวาน 1 ผล |
| พลังงาน (กิโลแคลอรี) | 122 | 45 |
| คาโบไฮเดรต (กรัม) | 26 | 9.9 |
| ใยอาหาร (กรัม) | 0.2 | 1.5 |
| ใยอาหาร | ต่ำ | สูง |
| น้ำตาลและพลังงาน | ต่ำ | สูง |
| เวลาในการทาน | สั้น | นาน |
| การดูดซึมน้ำตาล | เร็ว (เนื่องจากไม่ผ่านขบวนการย่อย) | ช้า |
| ความต้องการอินซูลิน | สูงกว่า | ต่ำกว่า |
ออกกำลังกายภาคสนาม ใช้อุปกรณ์น้อยที่สุด ต่อสู้กับร่างกายและแรงใจ ได้ประโยชร์ทั้งทางระบบหัวใจและปอด พัฒนาส่วนต่างๆของร่างกายไปพร้อมกัน ผสมผสานการฝึกและการเผาผลาญแคลอรีที่สูงขึ้น เน้นความสนุก ออกกำลังแบบกลุ่มทำงานแบบเป็นทีม ทดสอบความแข็งแรงตลอดชั้วโมง รูปแบบการฝึกผสมการออกกำลังใน 5 แบบ เริ่มจาก Resistance ตามด้วย Power กับ ,Plyometrics ,Speed Training และ Cardiovascular จบด้วยการทำ Stretching คูลดาวน์ปิดท้าย
1. Resistance training
เพิ่มความแข็งแรง พลกำลัง และความทนทานให้กับกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย2. Cardiovascular training
เพิ่มความแข็งแรง และความทนทานให้กับระบบไหลเวียนโลหิต และปอด รวมถึงระบบการเผาผลาญและระบบที่สำคัญต่างๆในร่างกายมีการทำให้ระดับอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มสูงกว่าระดับปกติอย่างต่อเนื่องตลอดจนจบการออกกำลังกาย3. Agility กับ speed training
เพิ่มความคล้องตัวและความเร็วในการทำกิจกรรมประจำวันต่างๆ หรือแม้นแต่การฝึกศิลปะการป้องกันตัวต่างๆ4. Power กับ Plyometrics
เพิ่มพลังความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อมัดหลักๆ ใหญ่ๆ ในร่างกาย อาจมีอุปกรณ์ร่วมในการฝึก 5. Stretching
การยืดกล้ามเนื้อ หรืออาจใช้ท่าโยคะประกอบในการฝึก